แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กาญจนบุรี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กาญจนบุรี แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ชุ่มฝน...ที่ "สังขละ"


ทริปดองเค็มเล็กน้อย จริงๆไปมาเมืื่อหน้าฝนของปีที่แล้ว ได้รับการชักชวนจากน้าบ๊วยว่าจะมีทริปไปสังขละกับชาว FotoFile มอเตอร์ไซด์ 7 คันและรถยนต์อีก 2 คัน ตอบตกลงอย่างไม่รีรอ 1.ไม่เคยไปสังขละมาก่อน 2.ไปกับชาวกล้องน่าจะมีรูปสวยๆเพียบ ทั้งๆที่เป็นหน้าฝนต้องเปียกโชคชุ่มฉ่ำแน่แต่ก็หาได้เกรงกลัวไม่รวมแล้วทั้งทริปมีนักบิดทั้งหมด 9 คน แม้จะเป็นรถขนาด 250 cc ถึง 7 คัน แต่เราก็ไปด้วยกันได้ 

ออกเดินทางคันเดียวจากกรุงเทพเมื่อเวลา3ทุ่มไปสมทบกับน้าบ๊วยที่ล่วงหน้าไปก่อนแล้วคืนแรกเราพักที่ทองผาภูมิ ถึงที่พักราวเที่ยงคืน ก่อนจะเดินทางต่อไปสังขละบุรีในวันรุ่งขึ้นส่วนทีม FotoFile จะออกจากกรุงเทพในคืนเดียวกันแต่ดึกกว่านั้นที่ตัดสินใจไม่รอเพราะกลัวจะง่วงจนหลับในระหว่างทางเสียก่อน ระยะทางจากกรุงเทพถึงสังขละ ร่วมๆ 350 km เห็นจะได้


เส้นทางจากแยกแก่งเสี้ยนไปจนถึงทองผาภูมิถนนดีมากๆ โค้งกว้างเรียกว่าเล่นโค้งได้อย่างสนุกสนานทีเดียวแม้จะมืดและถนนชื้นๆจากฝนที่ตกก่อนหน้านี้โชคดีที่คืนนี้ขณะเดินทางไม่เจอฝนตก




ออกจากรีสอร์ทที่ทองผาภูมิปั๊บฝนก็ตกลงมาทักทายให้ยินดีกันถ้วนหน้าอย่างทันที ตกปรอยๆสลับกับตกหนักโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดแต่อย่างใด แต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องมุ่งหน้าไปถึงสังขละให้จงได้สังขละ


ข้อดีของหน้าฝนคือ ได้รับอากาศบริสุทธิ์ความสดชื่นเย็นฉ่ำกันแบบจุใจ
แต่ก็นะ...เปียกปอนด์และก็...หนาวเหน็บเป็นอย่างยิ่ง
อีกอย่างที่สำคัญ...ถนนลื่นต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นในยามขับขี่
แต่เพราะต้องขี่ช้าลง ก็ทำให้เรามีโอกาศได้ชื่นชมธรรมชาติได้นานขึ้น


วิวสวยๆตลอดเส้นทาง ค่อยๆขี่ดื่มด่ำความงามของธรรมชาติกันไปอย่างช้าๆ ไม่รีบร้อน 
สัมผัสกับอ้อมกอดของสายน้ำและขุนเขากันให้จุใจ


วิถีชีวิตอันเรียบง่ายและกลมกลืนไปกับธรรมชาติของชาวบ้านพื้นถิ่นช่างงดงาม
และดำเนินไปอย่างเชื่องช้าแต่เปี่ยมไปด้วยความมั่นคง


สายน้ำในเขื่อนที่สงบนิ่งเป็นสายน้ำแห่งชีวิตหลากหลายคุณูปการหล่อเลี้ยงเหล่ามวลมนุษย์และสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวง 



แวะจอดไปเรื่อยตรงไหนสวยก็หยุดเป็นระยะๆ ...เก็บภาพกันเสียหน่อย


ขี่รถท่ามกลางผืนป่าหลากไม้นานาพันธุ์ที่เขียวขจีความเครียดก็ได้ถูกดูดซับไปจนหมดสิ้น 
ชาร์ทพลังงานไว้เป็นทุนแห่งใจกลับไปสู้งานต่อเมื่อกลับไปเผชิญชีวิตประจำวัน


และแล้วเราก็ถึงสังขละในเวลาบ่ายต้นๆ เราพักกันที่แพลุงเณร 

ที่พักที่นี่ก็มีมากมายหลายแบบ ตั้งแต่โรงแรมรีสอร์ทอย่างดี นอนในแพริมน้ำ หรือถ้าชอบความเป็นส่วนตัว จะนอนในแพแล้วให้เค้าลากไปลอยไว้กลางน้ำก็ยังได้ หรือตัวเลือกสุดท้าย...กางเต๊นท์



สะพานมอญอันเลื่องชื่อ ได้รับการบูรณซ่อมแซมให้แข็งแรงเมื่อไม่นานมานี้แม้จะขาดความขลังไปบ้างแต่ก็ยังคงงดงามอยู่เหมือนเดิม

สะพานมอญ ถือเป็น "สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย" เป็นสะพานที่สร้างข้ามลำน้ำซองกาเลีย อยู่ในตัวอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี สร้างโดยหลวงพ่ออุตตมะและคณะศิษย์ จึงมีอีกชื่อเรียกว่า "สะพานอุตตมานุสรณ์" เป็นสะพานไม้ที่มีชื่อเสียงและเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของอำเภอสังขละบุรี สะพานไม้นี้มีความยาวถึง 850 เมตร นับเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยและยาวเป็นลำดับ 2 ของโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้ใช้เป็นเส้นทางในการติดต่อไปมาหาสู่ ทำมาค้าขาย ขนส่งพืชผลทางการเกษตรในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ และเป็นเส้นทางแห่งการเผยแพร่แลกเปลี่ยนประเพณีวัฒนธรรม ระหว่างชาวมอญและชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่สองฝั่งแม่น้ำซองกาเรีย เมื่อก่อสร้างเสร็จสะพานแห่งนี้จึงได้รับการขนานนามว่า "สะพานแห่งศรัทธา" เนื่องจากวิธีการก่อสร้าง และขั้นตอนการก่อสร้างส่วนใหญ่เป็นแรงงานคนทั้งสิ้น

บริเวณสะพานเป็นจุดชมวิวทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณที่สวยงาม สามารถมองเห็นลำน้ำสามสาย คือ ซองกาเลีย บีคลี่ และรันตี ที่ไหลมาบรรจบกันเป็นสามประสบ (จุดกำเนิดแม่น้ำแควน้อย)

อ่านประวัติหลวงพ่ออุตตะมะโดยละเอียดได้ที่ www.wikipedia.org



นั่งเรือไปชมอุโบสถหลังเก่าของวัดวังก์วิเวการาม ที่จมน้ำหลังจากสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์


เจดีย์พุทธคยาในวัดวังก์วิเวการาม


หอระฆังเก่าที่จมน้ำ


ล่องเรือเสร็จก็มาเล่นน้ำ แล้วก็อาบน้ำอาบท่า มาเดินเล่นบนสะพานมอญจนตะวันลับฟ้าไป


ความสุขแบบเรียบง่ายของเด็กๆ 

ทั้งหญิงชาย ตัวน้อยๆ ไปจนถึงตัวโตๆ พากันมาโดดน้ำเป็นเป็นกลุ่มๆ อย่างสนุกสนาน โดดแล้วก็ปีนขึ้นมาแล้วก็โดดใหม่



การใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายเข้ากับวิถีแห่งธรรมชาติไม่ต้องเร่งร้อนเหมือนคนเมือง เป็นชีวิตที่เพียงพออย่างพอดี


พระอาทิตย์ใกล้จะลาลับขอบฟ้า พาราตรีมาสู่เราอีกครั้งในคืนนี้


และที่ขาดไม่ได้ความสนุกสนานและเสียงหัวเราะยามค่ำคืนจากเหล่าผู้ร่วมทางในทริปนี้หัวเราะกันท้องคัดท้องแข็งแทบจะไม่ได้หลับได้นอนกันเลยทีเดียว


เช้ารุ่งขึ้นเราแวะขึ้นไปยังวัดวังก์วิเวการามเพื่อชมความงดงามของวัด


วันนี้ต้องร่ำราสังขละเพื่อกลับบ้านกันแล้ว
ยังคงเอกลักษณ์เดิม ไม่ติดปี๊บ ^^ ชอบเอาของใส่ถุงทะเลแล้วมัดติดท้ายเอา ไม่เกะกะ


แวะเที่ยวด่านเจย์ดีย์ 3 องค์ 

จริงๆ ด่านนี้เปิดๆ ปิดๆ เป็นพักๆ ต้องลองเช็คดู เพราะเคยเข้าไปดูวัดที่หลวงพ่ออุตตะมะท่านสร้างไว้เช่นกันในเขตประเทศพม่า ไม่ไกลจากชายแดน (ไม่เกิน 10 km) ทำเรื่องที่ด่านไม่ถึง 10 นาทีก็เข้าไปได้ เพียงแต่ต้องมีเอกสารรถยนต์ไปด้วย หากไม่มีก็อดนะจ๊ะ



คลายเส้นสายที่บ่อน้ำพุร้อนหินดาดสักหน่อย (อยู่ก่อนถึงทองผาภูมิ 10 km)


แวะทานข้าวเย็นกันที่สะพานข้ามแม่น้ำแควก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน


จบทริปด้วยความสนุกสนานชุ่มช่ำทั้งตัวทั้งใจกันถ้วนหน้า ^^


มีคลิปมาฝากอีกเช่นเคยค่ะ


เครดิตภาพบางส่วน:จากผู้ร่วมทริป

วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

First trip First Touch กับ KTM 990ADV ศรีสวัสดิ์ - พุเตย – น้ำตกคลองลาน


ทริปแรก...ต้อนรับสมาชิกใหม่KTM 990ADVเอาออกจากศูนย์ก็เอาใส่รถกลับบ้านเรียกว่ายังไม่ได้ลองขี่กันเลยสักนิดจึงต้องมีการจัดทริปรับน้องใหม่กันหน่อยแถวๆ ภาคกลางรอบๆ กรุงเทพคงไม่เว้นเขาใหญ่ไม่ก็เขาโจด (กาญจนบุรี) แต่คราวนี้เราเลือกเขาโจดเป็นคำตอบสุดท้าย อิอิ ว่าแล้วไม่รอช้ารีบบิดกุญแจสตาร์ท ไปกันเลยดีกว่า   

  
   

สมาชิกหดหายไป1จากที่ตกลงกันไว้ว่าจะไปกันทั้งหมด3 คันเหลือแค่ 2
อีกคันเป็นBMW R1100GSปี 1998 พี่เบิ้มที่แม้จะอายุเยอะแต่ถ้าถนนใหญ่ ก็ยังบิดตามแทบไม่ทัน
  

 
วางแผนจะไปนอนบ้านต้นไม้ที่The TerraResort ทองผาภูมิ (กาญจนบุรี) แต่ปิดปรับปรุงจึงเบนหน้าไปทางศรีสวัสดิ์ (กาญจนบุรี) แทนแวะที่ LakeHaven กะวัดดวงเผื่อจะมีห้องว่างและแล้วก็ต้องผิดหวัง (สมใจ)แถมไม่ได้ทำการบ้าน(ไม่ได้หามาเลยว่ามีที่พักที่ไหนแถวๆนี้บ้าง)อาศัยขี่มาเรื่อยแวะรีสอร์ทนั้นรีสอร์ทนี้ เห็นป้ายแล้วเลี้ยวเข้าไปดูหลายต่อหลายที่บางที่ก็เป็นทางลูกรังขึ้นเขาอย่างโหด แถมก็ลากพี่เบิ้ม BMWไปด้วยสงสารรถมากๆ แต่ทำไงได้เนาะ^^ หลายที่เข้าไปค่อนข้างลึก แต่เพราะไม่ได้โทรเข้าไปถามก่อน ไม่เปิดให้พักก็มี แจ้งว่าไม่คุ้มค่าปั่นไฟ จึงควรโทรเข้าไปถามก่อนนะคะ

   
จนมาถึงทางแยกเข้าไปขึ้นแพไปน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นเป็นจุดสุดท้ายเห็นป้ายรีสอร์ทพิศตะวันก็ลองดูเป็นที่สุดท้ายกะว่าถ้าไม่เปิดอีกจะข้ามแพไปนอนห้วยแม่ขมิ้นมันซะเลยในที่สุดซึ่งแม้จะมีเพียงเราห้องเดียวก็ยอมเปิดให้เราพักเลยกลายเป็นส่วนตัวสุดๆทั้งรีสอร์ทมีเราเพียงห้องเดียว ^^



       
รีสอร์ทแม้จะไม่หรูแต่ลุงพ่อบ้านให้บริการดีมากๆ อยากได้อะไรก็พยายามหาให้เท่าที่จะทำได้ เราซื้ออาหารมาปรุงกินกันเองแกก็ให้ใช้ครัวได้ตามสบายหากไปเป็นหมู่คณะต้องการความเป็นส่วนตัวราคาประหยัด แนะนำเลยค่ะรีสอร์ทใช้ไฟปั่น โดยจะปิดไฟตอน5 ทุ่มแต่อากาสก็เย็นสบายไม่ต้องง้อพัดลมลมพัดตึงทั้งคืนนั่งเล่นตรงระเบียงไม่มียุงมากวนใจเลยได้ยินเสียงคลื่นน้ำนึกว่ามาทะเลเสียด้วยซ้ำ^^ ตอนแรกมาถึงก็มองว่าจะพักที่แพนะ แต่ลุงถามเลยว่าแน่ใจนะ เราเลยเลือกพักบนบ้านพักค่ะไม่ได้พักในแพที่เห็นในภาพเพราะตอนกลางคืน ลมแรงมากแพโล้โต้คลื่นอย่างแรงเกรงว่าจะเมาแพไม่ต้องหลับต้องนอนกันเสียก่อน จริงๆ 
 
   

  
สีขาวตัดกับสีส้มสวยมากกกก...ที่สุด

      
   
ตั้งชื่อให้ว่าน้องกะทิ ^^ สูงมากขนาดจับโช้คหน้าลดลงมา 1นิ้วครึ่งแล้วก็ยังสุดปลายเท้า
แต่กลับไม่ค่อยรู้สึกกังวลเหมือนตอนขี่BMW F800GSก่อนโหลดสปริงสักเท่าไหร่
   

   
เช้าวันรุ่งขึ้นจากพิศตะวันรีสอร์ทเราขี่ต่อไปทางเขาโจด  50km ก็มาทะลุฝั่งหนองปรือ (กาญจนบุรี) ซะแล้วไอ้ครั้งจะกลับบ้านเลยก็ยังไม่จุใจ เราจึงคิดต่อไปว่าจะไปแวะที่ไหนจุดแวะต่อมาก็คือ เขื่อนกระเสียว (40 km, สุพรรณบุรี) บ้านเรามีเขื่อนเล็กๆ หรืออ่างเก็บน้ำอยู่เต็มไปหมด ก็ถือเป็นจุดแวะพักผ่อนชมวิวทิวทัศน์ที่ดีไม่น้อย

   

       
จากเขื่อนกระเสียวกด GPSดูจากตรงนี้ถึงบ้านอีก 100โลหน่อยไม่ๆๆ ยังไม่จุใจงั้นแวะพุเตย (สุพรรณบุรี) ต่อดีกว่า ถามพี่ยักษ์ว่าจะเข้าไปได้ไหน คำคอบ... "ไม่รู้ แต่จะไปเท่าที่ไปได้" พี่ยักษ์ใหญ่ก็พยายามจะเข้าไปด้วยแต่ก็ต้องยอมแพ้ในที่สุดก็เลยเหมือนเอาอิชั้นไปปล่อยหน้าสนามเด็กเล่นขี่ไปแล้วก็ขี่กลับ 1รอบเป็นการทดสอบรถไปในตัวบอกได้คำเดียวว่า...มันใช่เลย

   

   
ออกมาจากพุเตยรถขาวจั๊วก็เลยกลายเป็นมอมแมมไปซะเต็มไปด้วยน้ำโคลนอย่างที่เห็นมันส์มาก

   

     
ยังๆทริปนี้ยังไม่จุใจ ไม่มืดไม่กลับบ้านไปทานข้าวเย็นกันที่น้ำตกคลอกลานดีกว่า (130 km,กำแพงเพชร) ^^

   

   
น่าเสียดายที่มาถึงน้ำตกเย็นไปหน่อยเกือบ 6โมงเย็นแล้วแต่เจ้าหน้าที่ก็ยังใจดีให้เราเข้าไปถ่ายรูปได้ไม่มีโอกาสได้นั่งชิวๆให้สบายใจ   
น้ำตกใหญ่มาก สวยมีน้ำตลอดปี บรรยากาศดีมากๆน่ามากางเต๊นท์นอนสุดๆ

   

 
กว่าจะกลับถึงบ้านก็ปาเข้าไป3ทุ่มกว่าๆ ทริปนี้ใช้เวลา 2วันกับระยะทาง 987km. เป็นทริปแรกที่ได้สัมผัสกับน้องกะทิ แม้จะเคยได้ลองรถเดโม่มาแล้ว แต่ก็ออกอาการเกร็งๆ ในตอนแรก จบด้วยประทับใจสุดๆ เป็นรถที่ขี่สนุกทุกสถานการณ์จริงๆค่ะ ครบรสได้หมดทั้งทางเรียบทางดิน ใครว่าไฮน์สปีดทำความเร็วไม่ได้ ขอเถียงขาดใจเลยเอ้า แต่ถ้าเอาไปเปรียมมวยกับรถสปอร์ตก็ต้องบอกว่าผิดตั้งแต่เอามาเทียบกันในแง่นั้นแล้วล่ะ ถ้าจะพูดว่าขับขี่ในโค้งบนถนนแล้วล่ะก็ ไม่แพ้รถรุ่นอื่นๆ เลยค่ะ ส่วนทางดินไม่ต้องพูดถึงรู้ๆ กันอยู่ว่าเค้าดีแค่ไหน ^___^

วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ขี่รถไม่เดี่ยว (BMW F800GS) ...เที่ยวกาญ - ศรีสวัสดิ์ - เขาโจด

เขาโจด ณ กาญจนบุรี กลายเป็นจุดหมายที่น่าสนใจกว่าเขาใหญ่ เพราะรถราที่น้อยกว่า ทางที่มันส์พอๆกัน และไม่มีสัตว์ป่าให้คอยกังวล แถมยังมีน้ำให้เล่นเมื่อถึงจุดหมาย ทำให้มาเยือนที่นี่หลายต่อหลายครั้ง

คราวนี้มาแบบเช้าเย็นกลับเช่นเคย ด้วยระยะทางรวมประมาณ 600 km และคิดว่าคงจะได้มาเยือนอีกในไม่ช้า

วันศุกร์หนึ่งในเดือน พ.ค. ได้รับการชักชวน แต่ก็ลังเล ไม่ตอบรับ จนกระทั้งเช้าวันเสาร์ ตื่นมาแบบงัวเงีย ดูนาฬิกา ใกล้เวลานัดเข้าไปทุกที ตัดใจล้มตัวลงนอน แต่ต่อมอยากถูกกระตุ้นแล้ว จึงลืมตาตื่นอีกในไม่นาน

โทรหาเพื่อน..."ตกลงนัดกันที่ปั๊มไหน" เซ็งจิต...เมื่อได้ยินคำตอบว่า "พุทธมณทลสาย 5" เอิ้ก...อีก 15 นาทีก็จะถึงเวลาล้อหมุนแล้ว ไม่ทันแน่ๆ

เดินไปเดินมาในบ้าน สุดท้าย...ส่ง sms "เดี๋ยวตามไป บอกจุดหมายมา"

ล้อหมุนจากบ้านย่านบางนา กว่าจะฝ่าการจราจรอันแสนติดขัด ไปจนถึงนครปฐมได้ก็ 11 โมงฝ่าาาแล้ว

ได้รับคำตอบว่าให้มุ่งหน้าศรีสวัสดิ์...ยิงยาว ลุยโลด

เลี่ยงตัวเมืองกาญ โดยให้เลี้ยวขวาที่แยกแถวๆ ท่าล้อ ตามป้ายไทรโยกไป จะประหยัดเวลาได้โข

อย่าลืมเติมน้ำมันที่ปั๊มใหญ่สุดท้ายก่อนไปศรีสวัสดิ์ ที่แยกแก่งเสี้ยน จากนี้ไปจะมีแต่ปั๊มหลอด ระหว่างทางก่อนขึ้นเขาโจด 2 และลงจากเขาก็จะมีอีก 1 คำนวนเรื่องน้ำมันให้ดี ไม่งั้นมีเสียวแน่ๆ ^^

ขี่ไปเรื่อย ผลปรากฏว่าตาถั่ว...ขี่เลยรถที่เพื่อนจอดไว้บอกว่าเขาแวะกันที่ตรงนี้ นั่นคือ Lake Haven กว่าจะรู้ตัวขี่เลยไปกว่า 40 โล จึงต้องวกกลับมาใหม่ กว่าจะถึง...บ่ายโมงพอดิบพอดี

จอดรถปั๊บ เจอเพื่อนปุ๊บ ทุกคนกินข้าวกันอิ่มกันหมดแล้ว ไอ้ครั้นจะให้รอกันอีกก็เกรงใจ ได้เลยคร้าาาาบพี่ ต้องรีบหาเกลือแร่ลงท้องประทังชีวิตเป็นการใหญ่ ถือซะว่าเป็นทริปลดน้ำหนักก็แล้วกัน



จอดไว้ชัดขนาดนี้ ยังเลยไปได้







บรรยากาศใน Lake Haven สวรรค์สมชื่อจริงๆ เชียว





ของเล่นเพียบ



ภาพเรือนพักบางส่วน



โฉมหน้าผู้ร่วมทางทั้งหมดในทริปนี้



รูปโฉมของรถในทริป ไม่ซ้ำรุ่นกันเลยทีเดียว อิอิ



บ้างก็มาเป็นคู่



อิรยาบทต่างๆ ของผู้ร่วมทริป อิอิ เริงร่าท้าแดดลม


ออกจาก Lake Haven มุ่งหน้าสู่เขาโจด วันนี้เราไม่ขึ้นเท้ง หรือ แพขนานยนต์ ซึ่งจะมีป้ายบอกชัดเจน แถวๆ แม่แฉลบ (เผื่อใครอยากขึ้นแพ) ขี่แบบเน้นๆ ปรากฏว่าทางดีมากและไม่มีรถซักคันมากวนใจ เพราะคนอื่นๆ คงขึ้นแพกันหมด ทางจัดว่าโหดทีเดียว ขาสปอร์ตอาจจะเหนื่อยหน่อย เนื่องจากโค้งแคบและสั้น ใครชอบโค้ง...เป็นทางที่สนุกมาก จริงๆ แล้วพี่สุกี้บอกให้เงียบไว้อย่าให้ใครรู้ เด๋วมาขี่กันเยอะทางจะเละ แต่คิดว่าถนนที่เละมาจากรถมากกว่า

ขออภัยที่อดใจไม่ไหวต้องบอกต่อนะคะ

















ทางในช่วงนี้คือทางระหว่างช่วงแพขนานยนต์ หมายความว่าไม่ต้องขึ้นแพก็จะได้พบกับทางนี้แน่นอน โค้งเยอะ ถนนดีพอใช้ กรวดลอยขอบทางบ้าง ที่สำคัญไม่ค่อยมีรถผ่าน จะว่าไปไม่มีเลย เพราะไม่เจอรถยนต์ซักคัน คงหนีขึ้นแพกันหมดระยะทางก็ยาวพอสมควร เรียกน้ำย่อยได้มหาศาล หลังจากจุดนี้ก็ร้องหาปั๊มน้ำมันกันเป็นแถว



เล่นเอาหลายคนเสียวไส้...เพราะกลัวน้ำมันหมด ดูจากสีหน้าพี่ๆ สิคะ ^^



รถคลาสิคก็ไปลุยกับเขาด้วยล่ะ


ขี่ตามๆ กันมา ใครถึงปั๊มก่อนก็เข้าก่อน แต่มีบางคัน...ขี่ดุ่ยๆ หายลิบไปเลย ไล่ตามก็ไม่ทัน สุดท้ายตามไปเจอที่ปลายทางเขาโจดฝั่งหนองปรือ เขาก็นั่งรออยู่นาน...แอบกระซิบว่าขวัญเสียเหมือนกัน เพราะไม่เห็นตามมากันซักที



โฉมหน้ารถลุยเดี่ยว แบบเสียวไส้ เพราะขี่ไปก็ไม่เจอเพื่อนซักที


ตอนอยู่ในเขาโจด กล้องอยู่กับคนอื่น (จริงๆ ก็ยืมกล้องเขาด้วยซ้ำ ถ้าใครจำได้...ทำตกระหว่างทางในทริปภูเก็ตไปหมดเลย ยังไม่ได้ซื้อใหม่) เลยไม่มีภาพให้ชมกัน คำเตือน: ช่วงนี้ถนนในเขาโจดนั้นมีกรวดลอยเยอะ อันเนื่องมากจากหินข้างทางถล่มลงมา ใช้เส้นทางด้วยความระมัดระวังนะคะ ^^









จุดแวะพักสุดท้าย ก่อนยิงยาวกลับกรุงเทพ



ทริปนี้...กับ KTM 3 คัน 3 สไตล์



เครื่องดื่มชูกำลังตลอดทริป ซัดไป 3 ขวด กับคุ๊กกี้ 1 ห่อ


แตะกรุงเทพทุุ่มกว่าๆ แวะไปงาน HD playground ที่ศูนย์สิริกิตย์ ได้กินอาหารมื้อแรกของวันที่นั่น กับระยะทาง 600 km แล้วจะไม่ให้เรียกทริปลดน้ำหนักได้ไง ...แต่ ไหงน้ำหนักไม่ยักกะลงซักขีดเดียว

การจะไปเขาโจด ง่ายที่สุด คือ ไปทางศรีสวัสดิ์

จริงแล้วแถบๆ นี้มาหลายครั้งแล้ว อ่านทริปเก่าได้ที่นี่ค่ะ
- ขี่หนูดี (D-Tracker) ตะลุยฝุ่น บุกน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น
- แจม The Gang ...return เขาโจด กาญจนบุรี...งานนี้หลงซะเพลิน

ทำแผนที่ใน google map: กรุงเทพ - ศรีสวัสดิ์ - เขาโจด - หนองปรือ ไว้ให้นะคะ เผื่อใครสนใจ


ขอบคุณที่ติดตามชมค่ะ ...ทริปหน้า ไม่นาน ช่วงนี้พยายามจะออกบ่อยๆ เดี๋ยวรถจะหยากไย่ขึ้น