วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ขี่หนูดี (D-Tracker) ตะลุยฝุ่น บุกน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

ทริปที่สองของหนูดี (Kawasaki D-Tracker) เปลี่ยนบรรยากาศไปทางภาคตะวันตก นั่นคือจังหวัดกาญจนบุรี มีพรายกระซิบมาว่า "ลองไปเส้นนี้ดูนะ สวยไม่แพ้เหนือเลยล่ะ" จึงเป็นที่มาของทริปสั้นๆทริปนี้ ออกเดินเดินทาง 26 ธันวาคม 51



ด้วยใจที่อยากไปเที่ยว(อีกแล้วคับท่าน) ก็ได้ปรึกษาเพื่อน(รุ่นพี่)ที่สนิทว่าอยากขี่รถอีกเที่ยวจัง มีเวลาไม่มาก (ก็ลาเที่ยวไปซะเยอะแล้ว จะเหลือวันลาซักเท่าไหร่) สุดท้ายได้ข้อสรุปของจุดหมายปลายทางว่าจะไปน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นกัน เพราะมันส์ครบรสแน่ งานนี้ได้พี่ใหญ่อย่าง R1200GS ประกบเป็นพี่เลี้ยง ตกลงกันว่าจะออกแต่เช้าตรู่ ตั้งต้นจากบางนาแล้วขึ้นทางด่วนกาญจนาภิเษก ผ่านวงแหวนจะวันตก ยิงยาวไปออกบรมราชชนนี (น้องถาม "เฮ้ย...ขึ้นได้จริงเหรอพี่" พี่ตอบ"ได้ดิ ทางด่วนยังไม่เปิด ต้องรีบขึ้นก่อนเปิดไง")



วิ่งสบายๆ จากถนนพระบรมราชชนนี (388) เข้าสู่ถนนเพชรเกษม (4) ผ่านนครปฐม แป๊บเดียวก็เข้าสู่ตัวเมืองกาญจนบุรี (323) ประมาณ 8 โมงเศษๆ แวะเติมพลังกับร้านข้าวแกงข้างทาง ออกเดินทางต่อเห็นทางแยกซ้ายว่าไปสะพานข้ามแม่น้ำแคว...ไปกันเลย



แวะชื่นชมสะพานแห่งอนุสรณ์สงคราม อาจเพราะเป็นวันธรรมดา นักท่องเที่ยวจึงบางตาไม่ค่อยคึกคักเท่าไรนัก



แม่น้ำแควใหญ่ สายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวกาญจนบุรีมาแต่โบราณ ยังคงความงดงามและมีเสน่ห์เสมอมา



น่าเสียดาย ที่สถานที่สำคัญเหล่านี้ ถูกทำให้ด้อยค่าลงด้วยน้ำมือของพวกมือบอน พบรอยขีดเขียนชื่อเสียงเรียงนามมากมายบนเสาเหล็กของสะพาน



ทริปนี้มีความมันส์ซ่อนอยู่ ให้สังเกตุแผนที่นี้ให้ดีนะคะ (เด๋วจะเฉลยที่หลัง)



ออกเดินทางต่อ จากแยกแก่งเสี้ยนเข้าสู่ ถนนสาย 3199 เพื่อไปลงแพขนานยนต์ที่ 1 ที่ด่านแม่แฉลบ มองทางซ้ายเข้าไว้จะเจอป้ายบอกทาง เห็นง่าย ไม่หลง ได้แรงยุจากเจ้าของรถว่า "เธอขี่ได้ R1200GS ลองดูเด้" ...เอ้า เอาก็เอา เส้นทางนี้จริงๆ จะผ่านเขื่อนศรีนครินทร์แต่ไม่ได้แวะเข้าไป และระหว่างทางก็เห็นป้ายว่าทางไปจะมีโรงถ่ายเรื่องพระนเรศวร พยายามหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ มารู้ทีหลังว่าอยู่ในค่ายทหารและแถมป้ายยังเล็กมากๆ เป็นอันว่าชวดรายการนี้ไป



การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นไปได้สองทาง ทางแรกก็คือทางที่ไปในวันนี้ เราจะเลือกไม่ขึ้นแพขนานยนต์ในช่วงที่ 1 ก็ได้ ขับไปตามถนน ซึ่งก็คือเส้น 3199 ไปเรื่อยๆ แต่เราเลือกลงเท้ง เพราะอยากสัมผัสบรรยากาศล่องเขื่อน และเพื่อเป็นการประหยัดเวลาด้วย



อีกทางไปทาง เส้นน้ำตกไทรโยค (323) จากที่อ่านตามเว็ปต่าง พบว่ามีทางตัดเข้าได้หลายทาง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นทางลูกรัง หรือจะมาทางน้ำตกเอราวัณ ผ่านถ้ำพระธาตุ เป็นทางลูกรังเข้าไปยังน้ำตกได้เช่นกัน (42km)



ลงแพขนานยนต์แรกหรือเรียกว่าเท้งตามภาษาท้องถิ่น แพมีขนาดใหญ่ ระยะทางสั้นๆ ราคามอเตอร์ไซด์ 10 บาทไม่เกี่ยงไซด์



ลงจากแพที่หนึ่ง ยังคงเป็นถนนสายเดิม (3199) มุ่งหน้าสู่ศรีสวัสดิ์ เพื่อต่อแพที่สอง เส้นทางสวย เพราะป่าฝั่งตะวันตกเป็นป่าเบญจพรรณ จึงมีใบไม้ร่วงตลอดทาง เมื่อวิ่งผ่านจะเห็นใบไม้ปลิวฟุ้ง ทำให้เป็นภาพที่สวยงามยิ่งขึ้นไปอีก (และเป็นเช่นเคย ไม่ได้ถ่ายรูป เพราะมัวแต่มุ่งสมาธิไปกับการขี่ "รถยักษ์" รถใหญ่เหลือเกิน)



ให้สังเกตุป้ายทางซ้ายมือให้ดีนะคะ เพราะต้องหาทางแยกไปต่อแพที่สอง เด๋วจะเลยไปซะก่อน ขี่เข้าไปได้ซักพัก เฮ้ย...ทางลูกรัง เอาไงดีวะเนี่ย เพิ่งได้ลองรถครั้งแรกซะด้วย จะทำของเค้าล้มมั๊ยเนี่ย!!?



งานนี้โดนแกล้งซะอ่วม ก็พี่ชายท่านเล่นควบหนูดีแถไปแถมากวาดฝุ่นลิบๆอยู่ข้างหน้าอย่างเมามัน ฮึ่ม...ฝากไว้ก่อนเถอะ ทำกันได้นะ



ขี่มาจนสุดถนน เหลียวซ้ายแลขวาหามีแพไม่ หนำซ้ำไม่มีผู้คนอีกต่างหาก มาถูกมั๊ยเนี่ยเรา...ซักพักมีคนเดินมาบอกว่าให้โทรตามเอา วันธรรมดาไม่มีแพจอดฝั่งนี้ ก็ถึงบางอ้อ...โทรติดต่อเรียบร้อยเป็นว่าต้องรอพักใหญ่ๆ (GSM เท่านั้น) ขี่กันอย่างเดียว น้ำท่าไม่ได้สำรองเลย ที่สำมะคัญท้องก็ร้องจ๊อกๆแล้ว มองไปเห็นเพิงขายอาหาร แต่เค้าไม่ขายวันธรรมดา ใช้ลูกอ้อนได้ข้าวไข่เจียวมารองท้องคนละจาน รอดไปอีกมื้อ ระหว่างรอก็มีรถทยอยขับเข้ามาจอดรอแพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ค่อยใจชื้นหน่อย



สภาพริมฝั่งที่รอขึ้นแพที่สอง เปล่าเปลี่ยวรกร้างจนพาลจะให้คิดว่าหลงเอาง่าย...แล้วสุดท้ายก็ได้ขึ้นแพขนานยนต์ที่สอง แพช่วงที่สองจะมีขนาดเล็กกว่า และมีระยะทางการล่องที่นานกว่า ประมาณ 40 นาที ราคาจึงแพงกว่าแพแรก (50 บาท)



ลงจากแพ เป็นทางลูกรังอีกประมาณ 7-10km ก็จะถึงที่ทำการอุทยานน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นจุดที่ 1 จะอยู่บริเวณน้ำตกชั้นที่ 1 และจุดที่สองจะอยู่ที่ชั้นที่ 4 ว่าแล้วก็ลุยไปชั้นที่ 4 กันเลย เพราะว่าวิวสวยกว่า รูปนี้เป็นมุมมองจากจุดกางเต๊นท์ มองไปเห็นน้ำในเขื่อนเลยละ



วันที่ไปเป็นวันธรรมดา แต่ก็มีรถทยอยเข้าให้คึกคักแม้จะมืดค่ำแล้วก็ตาม ทำให้ลานกางเต้นท์ไม่เงียบเหงาอย่างที่คิด สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีร้านอาหารจุดละหนึ่งร้าน ห้องน้ำมากมายและสะอาด



รูปน้ำตกชั้นที่ 4 จะว่าไป คลานออกจากเต้นท์ ก็แทบจะเล่นน้ำได้เลยล่ะ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นมีทั้งหมด 7 ชั้น ชั้นที่สวยที่สุดก็คือชั้นที่ 4 ส่วนชั้นบนนั้นเดินไกลพอสมควร ก็เลยไม่ได้ไปดู 555 แอบขอบอกนิดนึง ตอนขี่มันร้อนมาก มาถึงก็เลยตั้งหน้าตั้งตาจะไปเล่นน้ำตกให้ได้ ลืมไปถ่ายรูปน้ำตกเลย รูปสวยๆหาดูได้ทั่วไปในอินเตอร์เนทนะคะ



รูปน้ำตกชั้นสามค่ะ ตอนที่เข้าไปเค้าห้ามเล่นที่ชั้นสี่ คงเพราะมีคนเล่นเยอะ แล้วดันไปอาบน้ำสระผมด้วยแชมพูในแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้แมลงน้ำตายไป ...ทำให้ต้องเดินไปหาที่เล่นน้ำตกที่อื่น ไม่ได้อยากเดินดูน้ำตกซะงั้น ก็แหม...มีเวลาแค่คืนเดียว ถ้าบ่ายยังเอาแต่ไปเดินชมธรรมชาติ คงไม่มีแรงเหลือไว้ขี่รถกลับแน่เลย



วันรุ่งขึ้น...อากาศและบรรยากาศดีๆ ทำให้เอ้อระเหยลอยชาย กว่าจะเก็บของเสร็จ กลายเป็นออกจากอุทยานเกือบ 11 โมงเช้า ใกล้เวลากลับไปสู่โลกแห่งความเป็นจริงเข้าไปทุกที แผนที่วางไว้คือตามหาทางที่เค้าว่าสวย มันไปทางไหนหว่า? อืม...ไงก็ต้องข้ามเท้งที่สองกลับไปก่อน



ติด GPS ไปด้วย (garmin nuvi 205) เปิดหาทันที ไปหนองปรือ มันบอกให้ไปทางขวา มันก็น่าจะไปได้อยู่หรอก แต่มันเป็นทางขามาของเรา ไม่เห็นมีเขาซักกะลูก เอ...เมื่อกี้ถามเค้ามาเค้าบอกให้ไปทางซ้ายนี่นา (จากแผนที่ใน คห.6 จะมีถนนเส้นประจากศรีสวัสดิ์ขึ้นไปอีกค่ะ คือเส้นนี้นั่นเอง ซึ่งหาไม่ค่อยพบในแผนที่ทั่วไป มีในบางแผนที่เท่านั้น)

ถูกต้องนะคร้าาาบ...ทางนี้ไม่มีใน GPS ค่ะ (การที่มันไม่มีน่ะทำถูกแล้ว -_-') เลี้ยวซ้ายไปหนองปรือได้จริงๆ



ขี่ไปเรื่อยๆ มองเห็นหลักกิโล มะเห็นบอกเลยว่าไปไหนได้ ก็เลยจอดถามรถเมล์ ก็ยังได้รับคำยืนยันเดิมว่าไปได้ แข็งใจขี่กันไปเรื่อย และแล้วเราก็ได้เจอทางสวยๆ เลาะไหล่เขา



ทางค่อนข้างเปลี่ยว เหมือนไม่ค่อยมีคนใช้ เพราะต้นหญ้าโตเข้ามาในทางเต็มไปหมด ตอนแรกก็กะใส่เต็มที่ (ตามความสามารถเราเอง) แต่มีอยู่สองโค้งที่มีรถสวนมา ก็เลยเลิกเล่นเลย และยังมีหินหล่นลงมากองที่ไหล่ทางเป็นระยะๆ ทำให้มีกรวดลอยพอสมควร แต่ลักษณะโค้ง ประมาณปายได้เลยค่ะ แถมบางทีโค้งลึกและแคบกว่าอีก ระยะทางประมาณเกือบร้อยโล ใช้เวลาไปสองชั่วโมงกว่า



และท้ายที่สุดก็ลงมาได้...โดยสวัสดิภาพ



โดยรวมทริปนี้ จัดเป็นทริปสั้นๆที่ได้อรรถรถครบเครื่องค่ะ ให้ห้าดาวเลย

แต่สำหรับคนที่จะไปลองทางนี้ แนะนำให้วิ่งก่อนมืดนะคะ และให้เผื่อใจเรื่องทางขาดเอาไว้ด้วย รวมถึงไม่ควรไปคนเดียวนะคะ ขนาดคุยกับคนในพื้นที่ เค้าบอกว่าเค้ายังไม่กล้าใช้เลย (ฮู่ว...น่าคิด ว่าทำไม?) นอกจากนั้นทริปนี้ตัวเองยังได้ลองขี่ R1200GS เกือบทั้งทริป ทั้งทางดำและทางลูกรัง ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีอีกทริปเลยค่ะ สำหรับหนูดีมีปัญหาเรื่องน้ำมันนิดหน่อย เพราะต้องคอยกังวลกันตลอดว่าจะหมดรึเปล่า เด๋วตายกลางทางจะหมดสนุกเอา...แต่ยังไงก็ยังรักหนูดีเหมือนเดิม พบกันใหม่ทริปหน้าค่ะ

เรื่องและภาพสวยๆ เกี่ยวกับน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นใน www.pantip.com ค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น