แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Girl Riders แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Girl Riders แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554

ขี่รถ (BMWF800GS) ใกล้ๆ ก็มีความสุขได้ เขาใหญ่ - วังน้ำเขียว - ชัยภูมิ

เพราะได้หยุดงานแบบฉุกเฉิน ด้วยความอยู่ไปนิ่ง จึงควบรถคู่ใจออกจากบ้าน จะไปไหนดี...ใกล้ๆ คิดได้แค่ "เขาใหญ่" ไม่ได้วางแผนว่าจะไปนอนไหน หรือ กี่วัน เรียกว่าไปมันเรื่อยๆ แล้วแต่อารมณ์ ผลก็เลย...ยาวไปๆ จากเขาใหญ่ ขี่เล่นไปวังน้ำเขียว วกกลับขึ้นเขาใหญ่อีกรอบ ไปนั่นเล่นสวนเมืองพร แล้วก็เลยไป มอหินขาว ชัยภูมิ 3 วัน 2 คืน ซะงั้นเลย

คืนก่อนหน้าโพสข้อความเชิญชวนไว้ใน FB ก็มีพี่ที่รู้จักกันบอกว่าจะไปด้วย ว่าแต่จะออกกี่โมง ตอบไปว่าคงแต่เช้า พอรุ่งเช้าเข้าจริง กลายเป็นพี่คนนี้โทรมางัดเราจากที่นอนซะงั้น ตั้งใจไว้ 8 กลายเป็นออกจากบ้าน 9 โมงครึ่ง

ปล.ขอบคุณน้าบ๊วยที่ให้เกียรติเป็นเพื่อนร่วมทางมาจากกรุงเทพค่ะ ^^

ออกจากกรุงเทพ 10 โมง จากบางนา มุ่งหน้ามีนบุรี ผ่านบ้านสร้าง เข้าเขาใหญ่ทางฝั่งปราจีน ถึงจุดนัดพบ ผาเดียวดายเที่ยงตรงพอดี







ใจตุ้มๆ ต่อมๆ ภาวนาขอให้ฝนไม่ตก ฝนก็คือ ฟ้าใส แดดเปรี้ยง เมฆลอยเป็นกลุ่มก้อน เหมือนใครเอาสำลีโยนขึ้นไปแปะไว้ปนท้องฟ้าก็ไม่ปาน ^^



ซักพักก็มีโทรศัพท์จาก 2 สาวปากช่อง ที่นัดมาเจอกันที่ผาเดียวดาย โทรเช้ามาบอกว่ายางแบนอยู่ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยาน เราจึงขี่ลงไปพบกันที่นั่น ตะปูตัวเบ่อเริ่ม แถมแทงเฉียงๆ เข้าไปในเนื้อยางอีกต่างหาก ^^



2 สาวโคราช ฝน (เสื้อฟ้า) ขี่ Versys, นาง (แจ็คเก็ตแดง) ขี่ T-max 500


เพราะไม่มีใครติดชุดปะยางมา จึงต้องรอเพื่อนอีกคนที่กำลังจะขึ้นมาเอาชุดปะยางมาให้ พวกเราจึงตัดสินใจหม่ำข้าวเที่ยงรอ ผลปรากฏว่าการปะยางด้วยชุดตัวหนอนไม่สำเร็จ ถามเจ้าหน้าที่บอกว่ามีร้านด้านล่าง ให้ขี่ลงไปทางปากช่อง แถวๆ ป้อมตำตวจหมูสี ปรากฏว่ารูใหญ่ไป ปะแบบตัวหนอนไม่ได้ และที่ร้านก็ไม่มีปะสตีม 2 สาวจึงต้องแยกไปร้านปะยางที่ปากช่อง

ตัวเองและน้าบ๊วย จึงแยกขี่ไปวังน้ำเขียว เพราะข้าพเจ้ายังไม่เคยไปซักครั้ง อยากไปสัมผัสจุดที่ว่ามีโอโซนมากที่สุดในประเทศไทยซะหน่อย ตลอดทางจากเขาใหญ่ไปวังน้ำเขียว ช่างตื่นตาตื่นใจกับบรรดารีสอร์ทโรงแรมที่สร้างเรียงราย บวกกับวิวสวยๆ จากลักษณะของเนินขนาดกลางที่ซ้อนลดหลั่นกันไปตลอด 2 ข้างทาง





เราหยุดแวะพักคลายร้อนกันที่นี่



ระหว่างรอ 2 สาว เราก็ไปให้อาหารแกะกัน



นั่งพักให้หายร้อน และตัดสินใจว่าจะกลับ หรือ จะค้าง 2 สาว ก็กริ้งกร้างมาว่าปะยางเสร็จแล้ว ตามมาสมทบต่อได้



เส้นทางเขาใหญ่ วังน้ำเขียว จะผ่านอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ถนนจะวิ่งอ้อมโดยรอบ



ถนนเนียน โค้งกว้าง วิวสวย



วิวสวยๆ ยามเย็น ริมเขื่อนลำพระเพลิง



โฉมหน้าของรถทั้ง 5 คัน



3 สาว Girl Riders ตอนนี้เรามีกลุ่มของตัวเอง รวมตัวผู้หญิงขี่รถได้ 10 คนค่ะ



กลางคืน น้าบ๊วยเสนอกิจกรรมส่องสัตว์กัน แถวๆ เขาแพงม้า พวกเราจึงได้เข้าไปส่องกระทิงกัน



คืนนี้เราได้เห็นกระทิงสมความตั้งใจ แม้จะไม่เยอะก็ตาม ลุงบอกว่าบางครั้งเห็นฝูงใหญ่มาก 20-30 ตัวเลยทีเดียว



ระหว่างส่องสัตว์รถเกิดติดหล่ม ต้องรอรถอีกคันมาลาก







เช้าวันที่ 2 ก่อนที่น้าบ๊วย กับชุดสีเหลืองอ๋อย (รู้เลยว่าน้าน่าจะชอบสีเหลืองเอามากๆ) จะแยกกลับกรุงเทพก่อน เพราะติดงานด่วน ส่วนฝน...กลับไปตั้งแต่เมื่อคืน แวะถ่ายรูปริมเขื่อนลำตะคอง



เหลือ 2 คนเที่ยวต่อ... ย้อนกลับขึ้นเขาใหญ่ เพื่อไปเที่ยวน้ำตกเหวสุวัต



น้ำตกเป็นของเรา เพราะแทบไม่มีคนอื่นอยู่เลย ^^



เมฆฝนตั้งเค้า พวกเราจึงขี่หมายจะหนีให้ทัน แต่สุดท้ายก็ไปนั่งหลบฝนอยู่ทางเข้าน้ำตกผากล้วยไม้พักใหญ่ๆ



ฟ้าหลังฝนสดใสเสมอ ข้างหลังเป็นทุ่งหญ้าที่เคยเป็นสนามกอล์ฟเก่าบนเขาใหญ่



ลงเขาใหญ่ทางฝั่งปากช่อง ผ่านช่วงดินโป่ง เห็นกวางออกมากินดินนับ 10 ตัวเลยทีเดียว ^^



ยังไม่หายมันส์ แวะไปกินข้าวเย็นที่ร้านอาหารสวนเมืองพร ริมเขื่อนลำตะคอง



วิวสวย บรรยากาศดี อาหารอร่อย ... ตัดสินใจค้างอีกหนึ่งคืน จริงๆ ที่นี่ก็มีห้องพักคืนละ 2000 บาท แต่งก...เลยไปนอนห้องน้องนางดีกว่า ^^ กว่าจะนอนก็ดึก สายๆ ก็ตื่นละ เก็บเงินไว้เติมน้ำมันเที่ยวต่อดีกว่า อิอิ



เช้าวันที่ 3 หลังจากที่เห็นรูปผาหัมหด (เค้าห้ามสะกดคำไม่สุภาพ แต่ทำไงได้ ก็ผามันชื่อนี้จริงๆ นี่นา) ไอเดียบรรเจิด...เที่ยวต่อ แต่ขี่หลงไปมอหินขาวเสียได้ ก่อนจะขึ้นไป เจ้าหน้าที่ก็บอกแล้วนะ ว่าทางมันไม่ดี อาจจะขึ้นไม่ได้ แต่ไม่ ของแบบนี้ต้องลอง



ทางกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง คืนก่อนหน้านี้ก็มีฝนตกหนัก ดินตรงนี้ก็ยังไม่ได้อัด ผลคือเละอย่างที่เห็น ลื่นเป็นดินหนังหมู ขี่ปัดไปปัดมา ลืมไปว่ายางตัวเองก็ไม่ใช่ยางหนาม นึกว่ารถเป็น GS อย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว 555+



ขอบคุณคุณลุงช่างทำถนนมากๆ ค่ะ ที่มาช่วยเข็น ประคอง และแคะขี้นดินออกจากรถให้อย่างเต็มที่ ลุงบอกว่าไม่เป็นไร คนไทยต้องช่วยกัน ฟังแล้วซึ้งจริงๆ



แต่สุดท้ายก็รอดมาได้ หลังจากล้มไปหลายแปะ



แต่ก็คุ้มที่ได้ขึ้นมาที่นี่ มอหินขาว หรือ สโตนเฮนจ์เมืองไทย



ตอนแรกนึกว่าจะมีแค่แท่งหิน แต่เพราะแท่งหินอยู่บนยอดเนิน ทำให้สูงกว่าพื้นที่โดยรอบ สามารถมองดูทิวทัศน์พื้นที่โดยรอบได้อย่างสวยงาม



จริงๆ แล้วโดยรอบบริเวณยังมีแท่งหินอีกหลายกลุ่ม พวกเราปีนขึ้นไปนั่งพักกันบนแท่งหินอีกที แต่ไม่ใช่หินกลุ่มหลักในรูปเมื่อกี้นะคะ



และเพราะมีเมฆลอยอยู่เป็นก้อนๆ ทำให้เรานั่งเล่นกันบนยอดหินได้โดยไม่ร้อน มีลมโกรกสบายๆ เคลิ้มเลย...สบายน่านอนเป็นที่สุด



ความซนไม่เคยปราณีใคร ขายังไม่หายดี แต่ก็ยังซ่าส์เหมือนเดิม



ขี่รถขึ้นมาจอดถ่ายรูปด้านหน้ามันซะเลย 555+



ทริปนี้เป็นทริปใกล้ๆ ที่มีความสุข สนุกมากๆ ชัยภูมิเป็นจังหวัดที่น่าเที่ยวมากๆ แป๊บเดียวก็ถึง เด๋วหาเรื่องมาอีกดีกว่า อิอิ



ที่เที่ยวสุดท้ายที่เราแวะในวันนี้ คือ น้ำตกตาดโตน น้ำตกเป็นของเราอีกแล้ว เพราะไม่มีใครเลย



น้ำแรงมาก และแดงขุ่นคลั่กอย่างที่เห็น ว่าจะมานั่งชิวๆ แช่เท้า หรือไม่ก็อาจจะเล่นน้ำ เลิกความคิดนั้นทันที เพราะดูสยองมากกว่าจะชิว



กว่าจะออกจากน้ำตกก็เกือบ 6 โมงเย็นแล้ว แวะเข้าไปทานข้าวเย็นที่ตัวเมืองชัยภูมิ แวะส่งน้องนางที่ปากช่อง ส่วนตัวเองยิงยาวกลับกรุงเทพ เท้าเตะบ้านก็ปาเข้าไป 5 ทุ่มพอดีแป๊ะ

เป็นทริปที่เปลี่ยนความคิดไปเลย เพราะปรกติจะไม่ค่อยมาฝั่งเขาใหญ่เท่าไหร่ คิดเสมอว่าใกล้ๆ จะมีอะไรให้ดูกันนะ เคยคิดว่าทริปสั้นๆ มันๆ ก็ต้องฝั่งกาญเท่านั้น แต่ไม่ใช่เสียแล้ว ชัยภูมิเป็นอีกหนึ่งจังหวัดแห่งความประทับใจ ยังมีอีกหลายอุทยานที่ยังไม่ได้มาเยือน ใส่รายการไว้ใน waiting list อันดับต้นๆ เรียบร้อยแล้ว

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ประวัติความเป็นมาของ Girl Riders และความเป็นไปในอนาคต



Girl Rider เป็นกลุ่มสาวๆ ที่รักการขี่มอเตอร์ไซด์คันโต หรือที่เราเรียกว่า Big Bike ท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ



โดยเริ่มจาก "แต่ละคนที่ขี่รถอยู่แล้ว" แต่ในกลุ่มมักจะมีแต่ผู้ชาย ไม่มีผู้หญิงเลย เมื่อถึงปลายทาง แม้เราจะร่วมวงสนทนากับผู้ชายได้อย่างไม่ขัดเขิน แต่บางครั้งเราก็อยากจะเม้าท์มอยในแบบผู้หญิงๆ บ้าง แล้วพอเราได้ขี่มาเจอกัน ก็...เอ้ย มีผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ขี่นี่นา จาก 2 เป็น 3 เป็น 10 ค่อยๆ รู้จักมากขึ้น จึงมีความคิดอยากรวมตัวผู้หญิงขี่รถให้เป็นกลุ่มกัน ก็เลยคิดกันว่างั้นเราจัดทริปที่นับแต่ผู้หญิงขึ้นมานั่นก็คือ ทริปเขาค้อ จริงๆ แล้วในทริปนั้นมีผู้ชายมาร่วมทริปด้วยอีกเป็นจำนวนมาก 30 กว่าคนได้ พอเราได้มาเจอกัน ได้สัมผัสตัวตนของแต่ละคน โชคดีที่เราทั้ง 8 (ในตอนนั้น) คุยกันแล้วนิสัยเข้ากันได้ หลังจากจบทริปได้ติดต่อพูดคุยกันสม่ำเสมอ ก็เลยตัดสินใจตั้งเป็นกลุ่ม Girl Riders ขึ้นมาเลยละกัน แต่ไม่ได้เปิดรับสมาชิกสะเปะสะปะ จะบอกว่าเป็นกลุ่มปิดก็ได้ เพราะเราคิดชื่อมากจากผู้หญิงที่ขี่รถ ฉะนั้นต้องขี่กันเองได้ และพวกเราชอบเที่ยวเหมือนๆ กัน ดังนั้นต้องมีจัดทริปอยู่เรื่อย ฉะนั้นคนที่จะมาเข้ากลุ่มได้ จึงต้องขอทำความรู้จักกันก่อน ว่าจะเข้ากันได้หรือเปล่า จึงเป็นเงื่อนไขอย่างที่กล่าวมา ว่าอยู่ดีๆ จะมาขอเข้ากลุ่มเลยน่ะไม่ได้ ^^

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ กลุ่มนี้ก็มีอายุ 4 เดือนแล้ว ดูเหมือนว่าจะสั้นๆ แต่บางคนรู้จักกันมากว่า 3 ปี เราคบที่ตัวตนจริงๆ ของกันและกัน ใครเคยเป็นไงก็เป็นแบบนั้น เคยกินนอนเที่ยวเล่นด้วยกัน ลำบากด้วยกัน รู้จักกันไปจนถึงระดับครอบครัว บอกได้ว่าเราเป็นมากกว่าคนรู้จัก เราเป็นเหมือนพี่เหมือนน้อง ที่พร้อมจะช่วยเหลือกันเมื่อมีปัญหาในทุกเรื่อง ไม่ใช่แค่ทักทาย แล้วแยกย้ายไม่สนใจกันเวลามีทุกข์ อย่าหาว่าเราหยิ่งหรือเรื่องมากเลยค่ะ เพราะเราคาดหวังว่าเมื่อเข้ามาอยู่ในกลุ่มแล้ว เราก็อยากจะเป็นเพื่อนกันไปให้นานที่สุด ก็เลยต้องมีข้อแม้เงื่อนไขมากหน่อยเป็นธรรมดา และนี่เป็นประวัติย่อของกลุ่มเราค่ะ

Girl Riders ไม่มีหัวหน้ากลุ่ม ทุกคนในกลุ่มมีสิทธิ์เท่าเทียมกันทุกคน มีแต่ความเคารพที่พวกเรามีให้กันเสมอ.....

สรุปอีกครั้ง...มีหลายคนถามว่าขอเข้ากลุ่มด้วยได้ไหม คำตอบคือ อาจจะได้ หรือ อาจจะไม่ได้

ดูจากอะไร?

1. เนื่องด้วย กลุ่มเราชื่อ Girl Riders นั่นหมายความว่าต้องขี่เองเท่านั้น ดังนั้นเป็น Bike Lover เฉยๆ หรือ สก๊อยไบค์เกอร์ จึงไม่ได้

2. ต้องออกทริปไปเที่ยวกับพวกเราได้ หรือสามารถขี่ bigbike ไปทริปไกลๆ เดินทางต่างจังหวัดกับพวกเราได้

3. หลังจากออกทริปแล้ว ได้พบปะพูดคุย และสมาชิกยอมรับว่านิสัยเข้ากับคนในกลุ่มได้ นั่นหมายความว่า...คุณต้องมีนิสัยที่ไม่เกรียน ไม่เพี้ยน ไม่งี่เง่า ตามประสาผู้หญิงหัวใจ Biker

ปัจจุบัน เรามีสมาชิกทั้งหมด 10 คนเท่านั้น แต่คาดว่าสมาชิกน่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน...

อยากทำความรู้จักหรือทักทายพวกเรา แวะไปที่นี่ Girl Rider FB page ได้เลยค่ะ




Girl Riders Track Day Meeting Trip @ Thailand Circuit

ทริปรวมตัวครบ 10 สาวครั้งแรก เรานัดกันที่สนามแข่งรถ Thailand Curcuit นครชัยศรี

เหล่าสาวกรุงเทพนัดกัน 9 โมงที่ปั๊มแถวสาธร แต่ข้าพเจ้าตื่นสาย กว่าจะไปถึงปั๊มก็เกือบ 10 โมง ส่งผลให้โดนทิ้งนะสิ T_T


ไปถึง 11 โมง เป็นคนสุดท้าย โดนประนามไม่มีชิ้นดี ขอโทษ...ค้าบ


ทำการแจกและแปะสติ๊กเกอร์กลุ่มกันเด๋วนั้น ^^










เมื่อรวมตัวกันก็เฮฮาจิงโกะกันอย่างที่เห็น ยั้วเยี้ยยุ้บยับยุกยิกไม่หยุดไม่หย่อน เหมือนจับปูใส่กระด้ง

นอกจากพบปะสังสรรค์กันแล้ว เพราะสมาชิกต่างก็มาจากทั่วสารทิศ มีทั้งเชียงใหม่, พิษณุโลก, โคราช, เพชรบุรี แล้วก็กรุงเทพ ยังมีอีก 2 จุดประสงค์ นั่นคือ ถ่ายทำรายการโทรทัศน์ และ สัมภาษณ์ลงหนังสือ

คงสงสัยละสิว่าแปลกตรงไหน ผู้หญิงขี่รถมอเตอร์ไซ์
ถ้าพบเจอคนสองคนน่ะ...ไม่แปลก แต่พบทีทั้ง 10 ก็ออกแนวอลังการนิดนึง






โพสกันเต็มที่กว่าจะได้ภาพสวยๆ


จัดฉากกันนิดหนึ่ง


ช่วงถ่ายสัมภาษณ์


ประการที่ 2 คือ ลองรถของกันและกัน คนชอบขี่มอเตอร์ไซด์มักมีรถในดวงในมากกว่าหนึ่งคัน โดยเฉพาะตัวเอง...จ้องๆ สปอร์ตเอาไว้เหมือนกัน เลยขอถือโอกาสนี้ลองรถซะหน่อย


ลองซ้อนน้องนักแข่งดู มันส์มากๆ แต่คราวนี้ยังเกาะได้ไม่แน่นดีพอ น้องเลยบอกนี่แค่เบาะๆ นะคร้าาบพี่


ลองเอารถตัวเองวิ่งในสนาม


ลอง Kawasaki Versys


ลอง Ducati Monster 696


ลอง Suzuki GSX1000 K7


ลอง Suzuki GSX1000 K9


จริงๆ ได้ลอง Kawasaki ZX-10 (2009) และก็ Yamaha R1 (2007) ด้วย แต่ไม่ชอบเลยขี่น้อยรอบซะจนไม่ได้ถ่ายรูป ^^ ถามใจว่าชอบตัวไหนมากที่สุด บอกได้แล้วว่าชอบ Suzuki ถ้ามีโอกาสจะสอยไว้ในครอบครองสักคัน อิอิ



และแล้วอีกหนึ่งวันแห่งความสนุกก็จบลง ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
ถ้าอยากดูรูปสาวๆ คนอื่นๆ ตามไปดูที่เพจ FB ได้เลยนะคะ